หมอเด็กแนะ ฉีดวัคซีน “ไฟเซอร์” ในเด็กอย่างไรไม่เป็นอันตรายที่สุด

aorest ร้านขายพวงหรีด พาทุกคนมารู่จักกับการให้วัคซีนคุ้มครองป้องกันวัววิด-19 ในเด็ก และวัยรุ่น คนไหนกันควรจะได้รับวัคซีน และควรจะได้รับยังไงถึงจะเหมาะสม
ตามประกาศจากราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งเมืองไทยและสโมสรกุมารแพทย์แห่งเมืองไทยในวันที่ 24 เดือนกันยายน 2564 ระบุว่า ในระยะเริ่มต้นของการให้วัคซีนในเด็กและวัยรุ่น ได้กําหนดให้ผู้มีโรคประจําตัวที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคใควิด-19 ที่มีอาการรุนแรง และบางทีอาจเสียชีวิตได้ เป็นผู้มีความเร่งด่วนอันดับต้น ให้ได้รับวัคซีนประเภท mRNA ของ บริษัท Pfizer BioNTech จํานวน 2 เข็ม ห่างกัน 3 สัปดาห์ขึ้นไป อาทิเช่น

เด็กและวัยรุ่นอายุ 16-18 ปี ทุกรายที่ไม่มีข้อกำหนดสำหรับการฉีดยา
เด็กอายุ 12 ปี ถึงน้อยกว่า 16 ปี ที่เป็นกรุ๊ปเสี่ยง มีโรคประจําตัว ที่บางทีอาจเกิดโรควัววิด-19 รุนแรงบางทีอาจถึงขึ้นเสียชีวิต อาทิเช่น
บุคคลที่มีโรคอ้วน (ดัชนีมวลกายมากยิ่งกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร หรือ มีน้ำหนัก 70 กิโลกรัม ขึ้นไปในเด็กอายุ 12-13 ปี น้ำหนัก 80 กิโลกรัมขึ้นไปในเด็กอายุ 13-15 ปี น้ำหนัก 90 กิโลกรัมขึ้นไปในเด็ก อายุ 15-18 ปี หรือเด็กอ้วนที่มีสภาวะหยุดหายใจขณะกำลังนอนหลับจากสภาวะฟุตบาทหายใจอุดกัน)
โรคฟุตบาทหายใจเรื้อรัง รวมถึงโรคหอบหืดที่มีอาการปานกลางหรือรุนแรง 3. โรคหัวใจและเส้นโลหิต โรคเส้นโลหิตสมอง 4. โรคไตวายเรื้อรัง 5. โรคมะเร็งและสภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ 6. เบาหวาน
กรุ๊ปโรคกรรมพันธุ์รวมถึงกรุ๊ปอาการดาวน์ เด็กที่มีสภาวะขาดตกบกพร่องทางระบบประสาทอย่างหนัก เด็กที่มีวิวัฒนาการช้า
ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งเมืองไทย ได้ติดตามข้อมูลด้านสมรรถนะและความปลอดภัยของวัคซีนวัววิด-19 ในเด็กและวัยรุ่น เพื่อให้คําแนะนําเพิ่ม ทั้งนี้โดยคํานึงถึงความปลอดภัย และคุณประโยชน์ทางด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของ เด็กเป็นสําคัญ ดังต่อไปนี้

เด็กและวัยรุ่นที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง อายุ 12 ปี ถึงน้อยกว่า 16 ปี แนะนําให้ฉีดยาประเภท mRNA ของบริษัท Pfizer BioNTech โดย

เด็กและวัยรุ่นชาย รับวัคซีน เข็มที่ 1 และ ชะลอการให้เข็มที่ 2 ไปก่อน จวบจนกระทั่งจะมีคําแนะนําเพิ่มอีก (เพราะการฉีดเข็ม 2 ในเด็กกลุ่มนี้ มีความเสี่ยงสูงขึ้นยิ่งกว่าเข็มแรก จากกล้ามเนื้อหัวใจและเยื่อห่อหัวใจอักเสบ ซึ่งเจอน้อยมาก
เด็กและวัยรุ่นหญิง สามารถรับวัคซีน 2 เข็มห่างกัน อย่างน้อย 3 สัปดาห์
ประเภทของวัคซีนที่แนะนําในเด็กและวัยรุ่น
บัดนี้ (วันที่ 22 เดือนกันยายน พุทธศักราช 2564) มีวัคซีนที่มีในประเทศไทยที่ได้ขึ้นบัญชีให้ใช้ เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปเป็นวัคซีน ประเภท mRNA ของบริษัท Pfizer-BiONTech

แนะนําให้ใช้วัคซีนที่ได้รับการขึ้นบัญชีให้ใช้ในเด็ก อายุต่ำยิ่งกว่า 18 ปีจากองค์การของกินและยาแล้ว แค่นั้น

นอกเหนือจากนี้นี้ แนะนําให้ฉีดยาคุ้มครองป้องกันโรควัววิด-19 ที่ได้รับการยืนยันโดยองค์การของกินและยา (อย.) ให้ใช้ในเด็กและวัยรุ่นตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป ซึ่งขณะนี้ (วันที่ 22 เดือนกันยายน 2564) มีวัคซีนประเภทเดียวที่มีในประเทศ ไทย เป็นประเภท mRNA ของ Pfizer-BioANTech และเมื่อวันที่ 10 เดือนกันยายน 2554 วัคซีนประเภท mRNA ของ Moderna ได้รับการยืนยันเพิ่มอีก (แต่บัดนี้ยังไม่มีวัคซีนนี้ในประเทศไทย) สําหรับวัคซีนประเภทเชื้อตาย ของ Soripharm และ Sinovac อยู่ในระหว่างการใคร่ครวญข้อมูลเรื่องการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน สมรรถนะ และความปลอดภัยในเด็ก และบัดนี้ยังมิได้รับการยืนยันให้ใช้ในเด็กและวัยรุ่น แนะนําให้ฉีดยาคุ้มครองป้องกันโรควัววิด-19 ประเภท mRNA ที่ได้รับการยืนยันโดย อย.2 เข็มห่างกัน 3-4 สัปดาห์ ในเด็กและวัยรุ่นทุกคนที่ อายุตั้งแต่ 16 ปี ขึ้นไป และเด็กและวัยรุ่นทุกคนที่อายุ 12 ปีขึ้นไปที่มีโรคประจําตัวที่เสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรควัววิด-19 รุนแรง ซึ่งเป็นคําแนะนําที่ให้ไว้เมื่อวันที่ 7 เดือนกันยายน 2554

เพราะเหตุไรเด็กควรจะได้รับวัคซีนคุ้มครองป้องกันวัววิด-19
แม้ว่าอัตราการเสียชีวิตคนป่วยโรควัววิด-19 ในเด็กจะต่ำ แต่เจอมีรายงานคนป่วยเด็กที่มีสภาวะการอักเสบของ อวัยวะหลายระบบภายในร่างกายที่สัมพันธ์กับการติดโรควัววิด-19 (Multisystem inflammatory syndrome in children, MIS-C) ในเด็กจํานวนมากขึ้น ซึ่งเป็นกรุ๊ปที่มีอาการรุนแรงแม้ว่าเป็นเด็กที่ปกติแข็งแรงดี และในขณะ นี้เด็กและผู้ปกครองจํานวนมากได้รับผลพวงจากการที่เด็กมิได้ไปสถานศึกษาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน

ข้อเสนอข้างหลังฉีดยา mRNA สำหรับเด็ก
แนะนําให้เด็กงดออกกําลังกายอย่างหนักหรือการทํากิจกรรมอย่างหนักเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ภายหลังจากการฉีดยาคุ้มครองป้องกันโรควัววิด-19 ประเภท mRNA เพราะมีรายงานการเกิดผลกระทบกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และเยื่อห่อหัวใจอักเสบภายหลังการฉีดยาคุ้มครองป้องกันโรควัววิด-19 ประเภท mRNA ซึ่งแม้จะเจอในอัตราที่ต่ำ แต่เพื่อเป็นการเลี่ยงภาวะแทรกซ้อน จึงแนะนําให้เด็กและวัยรุ่นทุกราย โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่นชายที่ได้รับวัคซีนคุ้มครองป้องกันโรควัววิด-19 อีกทั้งเข็มที่ 1 และ 2 ให้งดการออกกําลังกายหรือการทํากิจกรรม อย่างหนักเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ภายหลังจากการฉีดยา

และในเวลาดังที่กล่าวมาข้างต้นนี้หากมีอาการเจ็บแน่น ทรวงอก หายใจอิดโรยหรือหายใจไม่อิ่ม ใจสั่นหน้ามืดเป็นลมเป็นแล้ง ควรจะรีบไปพบแพทย์ โดยหากแพทย์สงสัย สภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหรือเยื่อห่อหัวใจอักเสบ ควรจะพิเคราะห์ทําการตรวจค้นเพิ่มอีก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *